Page 180 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 180
เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางการผลิตให้มันเท่าเทียมขึ้นหรือการ
กระจายรายได้ น่าจะหวังยาก กล่าวคือเราไม่มีอำานาจอะไรไปต่อรอง
หวังได้เพียงแค่เขาจะเอ็นดูหรือว่าเมตตา หากเราไม่เชื่อหรือว่าขัดขวาง
ก็ไม่มีอะไรจะไปคัดคานได้ เขาไม่จำาเป็นต้องแคร์ ฉะนั้นการจับมือกับ
คนที่มีความฝันเดียวกันอาจจะเป็นสิ่งจำาเป็น เงื่อนไขสำาคัญอย่างที่เสนอ
ก็คือว่า ถ้าลองดูว่าเงื่อนไขของความสำาเร็จของประชาธิปไตยสมบูรณ์
หรือว่าการประนีประนอมระหว่าง ๒ ระบอบ คือการยึดกุมความเป็นชาติ
หากจะเริ่มตรงนี้แน่นอนว่ามันคงต้องค่อยๆ เริ่มจากคนที่พอคุยกันได้และ
ค่อยๆ เริ่มขยายไป
และหากเรารับเอาบทเรียนของภูมิปัญญาเรื่องที่ ๒ ว่าการ
ประนีประนอมระบอบเก่ากับระบอบใหม่ หากเราลองไปศึกษาเก็บรวม
ประวัติศาสตร์การประนีประนอมที่ผ่านมา เราจะรู้ว่านี้เป็นโอกาสที่จะ
สร้างดุลยภาพใหม่ขึ้นมาได้ ในแง่นี้การขยายแนวร่วมไปสู่สังคมวงกว้าง
อาจจะพอเป็นไปได้ ไม่ง่ายแน่ๆ แต่มีโอกาสภายใต้โจทย์ร่วมว่าจะทำา
อย่างไรให้มีพื้นที่ต่อรองกับทุนคณาธิปไตยที่กุมอำานาจรัฐ เมื่อถึงเวลาที่
เราต้องกระโดดเข้าสู่ทุนนิยมในรอบล่าสุดที่กำาลังจะมาถึงนี้ ซึ่งแน่นอน
ว่าตรงนี้จำาเป็นต้องร่วมมือกันอย่างมาก
ผลสุดท้ายเรื่องที่เสนอนี้ จำาเป็นจะต้องตระหนักถึง ๒ - ๓ เรื่อง
ดังต่อไปนี้ ความเสี่ยง ความท้าทาย และการเดิมพัน อย่างที่ทราบความ
เป็นชาติถือเป็นการเมืองอัตลักษณ์แบบหนึ่ง ธรรมชาติที่เลี่ยงไม่ได้ของ
การเมืองอัตลักษณ์ก็คือว่ามันจำาเป็นต้องมีความเป็นอื่น the other การ
จะนิยามว่าเราหรือ self เป็นใครจำาเป็นต้องมีการนำา the other มาเทียบ
มันจะมีพลังได้ก็ต่อเมื่อความเป็นอื่น ที่ว่าเป็นรูปธรรม ชัดเจน จับต้อง
ได้ เข้าใจง่าย และต้องอันตรายคุกคามต่อการดำารงอยู่ อาจจะเช่นการมี
เป็นตัวบุคคลหรืออาจจะเป็นกลุ่มคนอย่างกรณีที่เราเห็นบ้าง เช่น การมี
180 ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑

