Page 175 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 175
ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่เสนอให้มีการรับน้องแบบใช้
ความเป็นไทยกระแสหลัก ก็คือเขาบอกกับนักศึกษาที่อยู่ก่อนว่าจงคิดซะ
ว่าเรากำาลังทำาตามความเป็นไทยคือ “เป็นธรรมเนียมไทยแท้แต่โบราณ
๙
ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ” ซึ่งแน่นอนว่านักศึกษาที่อยู่มาก่อนหาก
คิดหรือเชื่อแบบนี้ มันไปกันไม่ได้วิธีคิดแบบการเน้นการว้ากหรือว่าการ
เน้นการรับน้องแบบเก่าๆ นี่เป็นตัวอย่างว่าวิธีการตีความในทรัพยากร
ทางวัฒนธรรมมันทำาอย่างไรได้บ้าง ผมก็อยากจะลองทดลองใช้วิธีแบบนี้
ดูกับกรณีของความคิดอาจารย์ปรีดี
คราวนี้ ๒ เรื่องที่ตีความมรดกทางภูมิปัญญา เรื่องแรกคือ
ประชาธิปไตยสมบูรณ์ ในที่นี้ตีความว่ามันเป็นความพยายามในการปฏิรูป
เศรษฐกิจพร้อมกับการปฏิรูปการเมือง คือเน้นมิตินี้มากกว่า ซึ่งอาจจะ
ต่างกับของอาจารย์ไชยันต์ที่ซึ่งละเอียดกว่า อาจารย์ไชยันต์จะตีความ
ตั้งแต่เจตนารมณ์ จงพิทักษ์เจตนารมณ์ประชาธิปไตยแล้วก็สมบูรณ์ ผม
ขออนุญาตตีความรวมๆ ว่ามันเป็นเรื่องของการพยายามปฏิรูปเศรษฐกิจ
พร้อมกับการปฏิรูปการเมือง อีกเรื่องอาจารย์ปรีดีอาจจะไม่ได้กล่าวอย่าง
ชัดเจน แต่ถ้าเราดูผลงานของอาจารย์ปรีดี เราอาจจะพอกล่าวได้ว่า สิ่งที่
อาจารย์ปรีดีทำาก็คือข่าวความพยายามประนีประนอมระบอบเก่ากับ
ระบอบใหม่หลัง ๒๔๗๕ หรืออาจจะเป็นหลังตุลาคม ๒๔๗๖ ก็ได้ ในแง่
ที่จุดยืนของอาจารย์ปรีดีก็คือการส่งเสริมระบอบใหม่ให้ลงหลักปักฐาน
แต่ตระหนักและเข้าใจพลังระบอบเก่า ทั้งนี้ที่เชื่อมระหว่าง ๒ ประเด็น
เข้าด้วยกันและเป็นเงื่อนไขความสำาเร็จ คือความเป็นชาติ ความสามารถ
ในการยึดถือความเป็นชาติ จะเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ได้ก็ต้องมีพลัง
ขนาดใหญ่อย่างเช่นชาตินิยมเข้ามาช่วย จะประนีประนอมระบอบไหนให้
ลงหลักปักฐานและมีอำานาจนำาได้ ระบอบนั้นก็ต้องยึดชาตินิยมให้ได้
๙ ตัวอย่างข่าว เช่น https://www.thairath.co.th/content/935970.
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑ 175

