Page 177 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 177
ความคิด พอย้อนมาสู่ปัจจุบันเองความพยายามที่จะปฏิรูปการเมืองหรือ
ความพยายามที่จะปรับแต่งอำานาจในการจัดการทรัพยากรซึ่งเป็นมิติทาง
เศรษฐกิจ เราพบว่าจำานวนมากถูกแยกออกจากกัน จากปรากฏการณ์
รัฐประหารรอบนี้ ดูเหมือนว่าหลายคนจะเชื่อจริงๆ ว่าการปฏิรูปก่อน
เลือกตั้งจะเป็นคำาสัญญาที่ผู้มีอำานาจยึดมั่นทำาตาม ในแง่นี้จึงไม่ต่างกับ
การเชื่อว่าชนชั้นนำาที่กุมทรัพยากรต่างๆ เอาไว้จะเมตตาและช่วยในการ
ผลักดันความก้าวหน้าในเศรษฐกิจการเมือง ในแง่หนึ่งคือยอมลดอำานาจ
พวกเขาลงเพื่อส่วนรวม หากวัดจากการกระทำาที่ปรากฏออกมานี้ ความ
เชื่อดังกล่าวในการแยกมิติเศรษฐกิจและการเมืองออกจากกัน น่าจะถูกตั้ง
คำาถามได้ กฎหมายที่ออกมาบังคับใช้หลายอย่างทั้ง พ.ร.บ.สื่อ การจัดการ
ทรัพยากรหลายอย่างที่ทำาไปแล้ว ที่ดิน แม่นำ้า เขื่อน หรือโครงการขนาด
ใหญ่ต่างๆ มันค่อยๆ ตอกยำ้าว่าไม่ว่าคนพวกไหนที่กุมอำานาจ คนพวก
นั้นก็ดำาเนินเศรษฐกิจไปในแบบที่ไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของพวกเขา
ฉะนั้น หากเรามีเป้าหมายการปรับแต่งทางเศรษฐกิจให้คน
เล็กคนน้อยในการจัดการทรัพยากรของพวกเขา จึงค่อนข้างจำาเป็นที่จะ
ต้องมีโครงสร้างอย่างประชาธิปไตย ก็ต้องยอมรับว่ามันจำาเป็น ไม่ว่าจะ
เป็นการเลือกตั้ง ตัวแทนของประชาชนในด้านการเมือง ถึงจะอย่างไรก็
ยังถูกกดดันได้ กฎหมายแบบปกติที่ไม่ใช่ขึ้นศาลทหาร สื่อที่มีเสรีภาพ
และเปิดกว้าง และไม่เพียงเท่านั้น อาจจะจำาเป็นต้องมีอำานาจต่อรองของ
ประชาชนที่รวมตัวกันได้ มีพลังเพียงพอ กดดัน คุกคาม ควบคุมอำานาจ
ไม่ว่าจะเป็นพวกไหน สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่จำาเป็นพอๆ กัน เพื่อให้เกิดการ
จัดการทรัพยากรให้มีประโยชน์ต่อคนหมู่มากตามหลักการประชาธิปไตย
สมบูรณ์จริงๆ ในแง่นี้ในเมื่อเป็นคนมือเปล่า ไม่มีอะไรมาต่อรองมาก สิ่ง
ที่พวกเราพอจะสร้างได้ นั้นก็คืออย่างที่พยายามบอกไปคือการตีความ
ว่าใช่ชาตินิยมไหม การเรียกร้องประชาชาตินั้นเป็นสิ่งอย่างที่ท่านทราบ
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑ 177

