Page 179 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 179
ตนออกมาผ่านยุค ๒๕๓๐ - ๒๕๔๐ ทศวรรษเหล่านั้น หลัง ๒๕๔๐ เรา
จะเห็นรูปธรรมของสภาวะดุลยภาพนี้ในบางระดับ กล่าวคือมีดุลภาพ
ระหว่าง constitutional กับ monarchy คือมันมี function ของมันที่
มันทำาให้สภาพสังคมมี order ได้ คือเป็นดุลยภาพและสัมพันธภาพทาง
อำานาจที่เพียงพอจะหลักให้ประชาธิปไตยก้าวหน้าได้บ้าง ภายใต้กรอบ
โครงและข้อจำากัดทางโครงสร้างจำานวนมาก อย่างไรก็ตามสิ่งพวกนี้เป็น
ลักษณะเฉพาะและหมดไปแล้วเมื่อบริบทเปลี่ยน ฉะนั้นสภาพปัจจุบันจึง
เป็นโอกาสในการสร้างดุลยภาพใหม่
หัวขอที่ ๓ มรดกภูมิปัญญาเหล่านี้ทั้ง ๒ เรื่องที่เหมาะกับ
สภาพปัจจุบันเหมาะกับใครบ้าง แน่นอนจั่วหัวอย่างนี้ไม่ได้หมายความ
ว่าข้างต้นเหมาะกับสากล คือไม่ได้พูดว่าเหมาะกันอย่างสากล คำาตอบ
คือสำาหรับคนที่เหมาะ ขออนุญาตเสนอเป็นว่าผู้ที่ฝันถึงสังคมที่ดีกว่า ผม
เชื่อว่าอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน นักแสวงหา ฝ่ายก้าวหน้า
อะไรก็ได้ รวมเอาคนทั้งที่เคยเชียร์ทักษิณ ทั้งเคยเชียร์รัฐประหารก็ตาม
คิดว่าในหมู่ของคนเหล่านั้นมีคนที่ฝันถึงสังคมที่ดีกว่าอย่างซื่อสัตย์จริงๆ
อย่างไรก็ตามความแตกแยกมันพัฒนามาไกลมาก พูดแบบนี้หลายคน
อาจจะรู้สึกขมคอ เพราะว่าต้องไปญาติดีกับอีกฝ่ายหนึ่ง ก็ยังเชื่ออยู่ว่า
ยังมีคนที่แสวงหาอย่างนั้นอยู่จริงๆ และมีไม่น้อยด้วย ในบุคคลเหล่านี้
นับถืออาจารย์ปรีดีเป็นอาจารย์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นไปได้ก็น่าจะลองรวมตัว
คุยกัน ซึ่งเราเห็นปรากฏการณ์เหล่านี้อยู่บ้างในเร็วๆ นี้ เช่น การคัดค้าน
พ.ร.บ.สื่อ การคัดค้านโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบางเรื่อง
ถ้าเรามองว่านี้เป็นโอกาสเหมาะของการเรียนรู้ภูมิปัญญาทั้ง
สองในเรื่องประชาธิปไตยสมบูรณ์เหมาะสำาหรับเราทุกคนที่อาจคิดถึงฝัน
ถึงการปฏิรูป ทั้งยังเป็นข้อเตือนใจว่าผู้ที่แยกพิจารณาระหว่างเศรษฐกิจ
และการเมืองออกจากกัน ผู้ที่ฝันว่าการเมืองเผด็จการจะนำามาซึ่งความ
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑ 179

