Page 213 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 213

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ จนมาถึงการปฏิรูปครั้งที่สองเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ จน
                ปัจจุบันนี้เกือบจะเป็นเวลา ๒ ทศวรรษแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหา

                ทางการศึกษาได้ นับเป็นการเสียโอกาสของประชากรรวมถึงการขาดทุน
                ของภาครัฐในด้านของการลงทุนเรื่องการศึกษา ดังนั้น การปฏิรูปการ
                ศึกษาเพื่อให้คนในสังคมมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาสอดคล้องไปในทาง
                เดียวกับงบประมาณทางการศึกษาจำานวนมหาศาลที่ประเทศเสียไป จึง
                ควรเริ่มต้นที่จะปฏิรูปโดยเร็วเพื่อรักษาประโยชน์ของชาติซึ่งไม่ได้จำากัด

                เฉพาะด้านเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาและแก้
                วิกฤติของชาติในด้านอื่นซึ่งมีความเชื่อมโยงกับปัญหาด้านการศึกษาด้วย
                เช่น ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมลำ้าในสังคม โดยเครื่องมือที่จะ
                ช่วยกำาจัดปัญหาเหล่านี้ได้คือการปฏิรูปการศึกษานั่นเอง สิ่งสำาคัญที่ต้อง
                ศึกษาในขั้นต้น ได้แก่ ปัญหาด้านการศึกษาไทยคืออะไร เพื่อที่จะสามารถ

                หาทางออกของปัญหาการศึกษาดังกล่าวได้อย่างตรงจุด รวมถึงแนวคิด
                เรื่องการปฏิรูปการศึกษาว่าควรปฏิรูปการศึกษาไทยอย่างไรเพื่อแก้ไข
                ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างถึงรากถึงโคน



                  อะไรคือปัญหาดานการศึกษาของไทย?


                        ปัญหาด้านการศึกษาของไทยมีมายาวนาน และทางการไทย
                ได้จัดทำานโยบายปฏิรูปการศึกษามาโดยตลอด แต่ปัญหาดังกล่าวยังคง

                ไม่สามารถแก้ไขได้ จากการศึกษาข้อมูลจะพบว่ามีปัญหาตั้งแต่เด็กวัย
                ก่อนเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัย จากกรณีแรกพบว่าจำานวนเด็ก ๑ ใน ๕
                ของเด็กก่อนวัยเรียนมีพัฒนาการที่ตำ่ากว่าวัย (กระทรวงสาธารณสุข,
                ๒๕๕๗) ในส่วนการสำารวจเด็กชั้นประถม มีเด็กกว่า ๑๔๐,๐๐๐ คน
                ยังคงอ่านหนังสือไม่ออก และอีกกว่า ๒๗๐,๐๐๐ คนยังเขียนหนังสือ






                                           ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑    213
   208   209   210   211   212   213   214   215   216   217   218