Page 112 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 112

เรียนรู้จากห้องเรียนมัธยมและจากการกระตุ้นจากครูผู้สอนให้เห็นถึง
                การเปลี่ยนแปลงของประเทศทั้งหลายที่จะต้องมีรัฐบาลที่มาจากความ

                ยินยอมและเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและมีสมาชิกสภาผู้แทน
                ราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของราษฎร ระบอบที่มีกษัตริย์เป็นเจ้าของ
                อำานาจสูงสุดในขณะนั้นถือว่า เป็นระบอบที่ล้าสมัยไปแล้ว การเกิดขึ้น
                ของเหตุการณ์ทั้งสอง อันอยู่ในความสนใจและการติดตามของปรีดีโดย

                ตลอด ยิ่งทำาให้ความรู้ในทางทฤษฎีของปรีดีมีความชัดเจนมากขึ้น
                        ต่อมาขณะที่ปรีดีกำาลังศึกษาอยู่โรงเรียนกฎหมาย ปรีดีได้
                รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองในรัสเซียในสมัยพระเจ้าซาร์นิโคลัส

                ที่ ๒ ส่งผลให้เขาหวังอย่างแรงกล้าว่า เหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้คงจะ
                เกิดขึ้นในสยามบ้าง กระทั่งได้คุยอย่างลับ ๆ ถึงวัตถุประสงค์นี้กับเพื่อน
                คนหนึ่งในขณะเป็นนักเรียนกฎหมายนั่นเอง
                        ขณะเดียวกันในช่วงเวลานั้นปรีดีก็สังเกตความเป็นไปของ

                ราชสำานัก รวมทั้งการบริหารงานภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
                และตั้งได้ความปรารถนาไว้ว่า จะต้องก่อตั้งระบอบประชาธิปไตยขึ้นใน
                                                               ๕
                สยามให้ได้ แม้ว่าในตอนนั้นยังไม่ทราบว่า จะทำาได้อย่างไร  ประกอบ
                กับเมื่อครั้งที่ปรีดีได้มีโอกาสช่วยบิดาทำานา  ทำาให้ปรีดีได้สัมผัสถึง
                สภาวะความเป็นอยู่ในความเป็นจริง อันทำาให้ได้ทราบถึงความยาก
                ลำาบากอัตคัดขัดสนของชาวนาในทุก ๆ ด้าน จนในที่สุดแนวความคิด
                ของปรีดีในขณะนั้นจึงได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า “...ถ้าเมืองไทยมี parlia-

                ment คือ สภาที่ราษฎรเลือกผู้แทนไปประชุมเพื่อเรียกร้องรัฐบาลให้





                ๕  ปรีดี พนมยงค์, ชีวิตผันผวนของข้าพเจ้า และ ๒๑ ปีที่ลี้ภัยในสาธารณรัฐราษฎร
                จีน, (กรุงเทพมหานคร: เทียนวรรณ, ๒๕๒๙), น. ๑๙-๒๐.



                                                  ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๑๑
   107   108   109   110   111   112   113   114   115   116   117