Page 116 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 116
ราษฎรเป็นใหญ่ เป็นการจัดวางโครงสร้างการบริหารจัดการรัฐโดยเน้น
๑๒
ไปที่สภาผู้แทนราษฎร โดยให้สภาผู้แทนราษฎรทำาหน้าที่เป็นองค์กร
ที่มีอำานาจสูงสุดในบรรดาองค์กรทางรัฐธรรมนูญต่าง ๆ มีอำานาจดูแล
ควบคุมกิจการของประเทศ ตลอดจนมีอำานาจประชุมกันถอดถอน
กรรมการราษฎรหรือพนักงานรัฐบาลผู้หนึ่งผู้ใดก็ได้ ๑๓
ส่วนคณะกรรมการราษฎรซึ่งเป็นฝ่ายบริหารไม่มีอำานาจ
ยุบสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างใด เป็นรูปแบบการปกครองของประเทศที่
เพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่ ๆ ในระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะต้อง
กำาหนดให้สภาผู้แทนราษฎรมีอำานาจสูงสุดและไม่ไว้วางใจฝ่ายบริหาร
สภาผู้แทนราษฎรเป็นองค์กรผู้มีอำานาจวินิจฉัยเด็ดขาด ฝ่ายบริหารเป็น
๑๔
แต่เพียงผู้รับใช้สภาเท่านั้น โดยฝ่ายบริหารหรือคณะกรรมการราษฎร
เป็นเพียง “สภาการบริหารราชการแผ่นดิน” ทำาหน้าที่วางโครงการและ
นโยบายแห่งชาติเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาผู้แทนราษฎร
โดยมีเสนาบดีกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งกษัตริย์เป็นผู้แต่งตั้งตามคำาแนะนำา
ของคณะกรรมการราษฎร เป็นผู้ปฏิบัติตามโครงการและนโยบายนั้น
ในลักษณะเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการประจำาและรับผิดชอบต่อคณะ
กรรมการราษฎรในกิจการทั้งปวงอีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้ การดำาเนินการใด ๆ
ของเสนาบดีซึ่งเป็นการฝ่าฝืนต่อคำาสั่งหรือระเบียบการของคณะ
กรรมการราษฎร หรือกระทำาไปโดยที่รัฐธรรมนูญไม่อนุญาตให้ทำาได้
๑๒ วรเจตน์ ภาคีรัตน์, “คณะราษฎรกับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย,” ใน สุธา
ชัย ยิ้มประเสริฐ และทิพย์พาพร ตันติสุนทร, จาก ๑๐๐ ปี ร.ศ. ๑๓๐ ถึง ๘๐ ปี
ประชาธิปไตย, (กรุงเทพมหานคร: สถาบันนโยบายศึกษา, ๒๕๕7), น. ๒๔.
๑๓ มาตรา ๙ ของพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว
พุทธศักราช ๒๔7๕.
๑๔ อ้างแล้ว เชิงอรรถที่ ๑๑, น. ๑๖๖-๑๖7, ๒๓๘.
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๑๕

