Page 192 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 192
ก. ฤดูหนาวเป็นฤดูลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ
ระหว่าง พ.ย. - ก.พ. ไม่มีฝนตกมาก (เพราะลมตะวันออกนำาฝนมา
ตกในทิศใต้ของจีน และก็ถูกเขาสูงชายฝั่งเวียดนามได้ทำาให้อ่อนกำาลัง
ลง)
ข. ฤดูก่อนมรสุมหรือฤดูร้อน ระหว่าง มี.ค. - ม.ย.
เป็นมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นมรสุมตะวันตก
เฉียงใต้ อากาศร้อนมาก
ค. ฤดูฝนหรือฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เริ่ม พ.ค. -
ก.ย. ทางอุตุนิยมอธิบายว่าเป็นลมมรสุมจากมหาสมุทรอินเดีย จะแรง
ที่สุดในเดือน ก.ค. ทำาให้ฝนตกมากทั่วประเทศและฝนจะตกชุกที่สุด
ใน ก.ย. ฉะนั้น ชาวนาไทยก็ควรรู้ถึงเรื่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ว่า มี
อิทธิพลทำาให้ฝนตก
ง. ฤดูลมมรสุมจัด จะตกในเดือน ต.ค. กระแสลมจะ
ปรวนแปรทั่วไป และจะมีกระแสลมแรงพัดเข้าชายฝั่งในตอนบ่าย
ขอให้ลูกศึกษาเรื่องอุตุนิยมและทิศทางลมให้ถูกต้อง ก็จะ
ช่วยชาวนาได้โดยไม่ต้องพึ่งไสยศาสตร์ของพิธีแรก
๕. ให้ลูกหาหนังสือง่าย ๆ เรื่องเห็ดราและโรคพืช เพราะเมื่อ
ไม่นานมานี้ได้อ่าน บางกอกส์แมกกาซีน พรรณนาว่า สวนส้ม
กำานันจุลนั้น เวลานี้รากของต้นส้มถูกเห็ดราทำาลายและยากที่จะแก้ไข
ได้ เพราะเกี่ยวกับพื้นที่ดิน แม้กำานันจุลจะส่งลูกไปเมืองนอกหลายแห่ง
ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ พวกเขาจึงจะต้องโค่นต้นส้มลง แล้วปลูกต้นหม่อน
ซึ่งเป็นพืชอีกชนิดหนึ่ง ฉะนั้น การปลูกพืชใด ๆ จะไม่ศึกษาวิทยา-
ศาสตร์และเทคนิค ตลอดจนเรื่องเห็ดรากับโรคอื่น ๆ ก็ทำาให้การ
เพาะปลูกนั่นต้องเสียผลได้
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๙๑

