Page 81 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 81
ท่านคอยสอดส่องดูแลความเป็นอยู่ของคนในบ้านท่าน
เป็นอย่างดี ถ้าใครเกิดเจ็บป่วยเป็นอะไรท่านจะร้อนใจและรีบจัดการ
ช่วยเหลือเท่าที่ควร
วันหนึ่งก่อนวันปีใหม่ ดิฉันตั้งใจแน่วแน่ว่า รุ่งขึ้นวันปีใหม่
จะต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษไปกราบขอพรท่าน แต่ที่ไหนได้ยังไม่ทันจะเช้า
ดีเลย ท่านมาเคาะประตูห้องดิฉัน พอดิฉันเปิดประตูออกไป ท่านส่ง
ซองหนังซึ่งมีธนบัตรอยู่ในนั้น (จำาไม่ได้ว่าเท่าไร) ให้ พร้อมกับพูดว่า
Happy New Year ท่านบอกว่า ท่านได้ให้ของขวัญคนในบ้านครบหมด
ทุกคนแล้ว คอยไม่เห็นดิฉันตื่นสักที เลยต้องเคาะเรียกและขอโทษด้วย
เพราะท่านมีธุระอื่นจะต้องทำาอีก ดิฉันอายแทบจะมุดแผ่นดินไปเลย
ได้แต่กราบขอบพระคุณท่าน และกราบ Happy New Year แก่ท่าน
ด้วยเท่านั้น (สมัยนั้นยังไม่มีคนบัญญัติคำาว่า “สุขสันต์วันปีใหม่” ไว้)
ใครว่าท่านปรีดีไม่มีอารมณ์ขัน? อันนี้ดิฉันขอเถียง ท่านมี
อารมณ์ขันเสมอ เป็นแต่ว่างานของท่านมากมาย เวลาที่จะแสดงอารมณ์
ขันให้คนอื่นเห็นจึงมีน้อย ดิฉันยังจำาเรื่องที่ขันที่สุดได้เรื่องหนึ่งจนบัดนี้
คือ แม่เล็ก มารดาคุณพูน พุกกะรัตน์ ซึ่งทำางานอยู่กับท่านมาหลายปี
แล้วได้มาหาท่าน ยังจำาภาพได้ติดตา แกกราบแล้วกราบอีก ขอร้องให้
ท่านช่วย โดยเล่าอย่างเปิดเผยว่า คิดจะโกงสมบัติของสามีส่วนหนึ่ง
มิฉะนั้นเขาอาจจะไปยกให้คนอื่นหรืออะไรทำานองนี้ แกขอเรียนปรึกษา
ท่านว่า จะคิดอ่านทำาแบบไหนดี ท่านหันไปยิ้มอีกทางหนึ่ง และหัน
กลับมาบอกแกในทันทีว่า “รู้หรือเปล่า ถ้าแม่เล็กโกงเขาในชาตินี้ ชาติ
ต่อไปแม่เล็กก็จะต้องใช้เขากลับคืน เพียงสตางค์เดียวก็ต้องใช้หนี้เป็น
สิบชาติแล้ว นี่แม่เล็กคิดจะโกงเขาเท่าไร มิต้องใช้หนี้กันกี่ร้อยกี่พัน
ชาติหรือ?” แม่เล็กตกใจใหญ่ ก้มลงกราบอีก และบอกว่า “จริงหรือ
เจ้าคะ เคราะห์ดีที่ดิฉันมากราบเรียนท่านเสียก่อน ถึงได้รู้ความจริง
๘๐ ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓

