Page 86 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 86

อะไรให้เป็นที่หนักใจแก่ท่านมากนัก ดิฉันรู้ว่า ถ้าดิฉันอยู่ที่บ้านของ
                ตนเอง อย่างน้อยก็คงจะร้องกรี๊ด ๆ จนหมดกำาลังไปเป็นแน่

                        ต่อมาอีกวันหรือสองวันจำาไม่ได้ ท่านปรีดีให้พาดิฉันกลับ
                ไปอยู่บางปะอิน เพื่อดิฉันจะได้อยู่อย่างสงบ ท่านไม่อยากให้ดิฉัน
                สะเทือนใจที่ได้เห็นพวกเสรีไทยไป-มาที่บ้านท่าช้าง  ท่านให้หมอ
                อรรณพ พี่ชายของดิฉัน ไปอยู่กับดิฉันระยะหนึ่ง และบอกคุณวัฒนา

                ให้หมั่นมาเยี่ยมดิฉัน และพาดิฉันไปเยี่ยมเจ้าคุณพหลฯ ซึ่งอพยพไปอยู่
                ฝั่งตรงข้ามนั่นเอง ท่านจัดทุกอย่างละเอียดเรียบร้อยแทบไม่มีช่องโหว่
                เลย ดิฉันซาบซึ้งในความกรุณาของท่านมาก และคำาพูดของท่านที่

                ให้กำาแหงและดิฉันถือเป็นครอบครัวเดียวกับท่านนั้น  ผูกพันจิตใจ
                ของดิฉันให้แนบแน่นกับครอบครัวของท่านอีกเปราะหนึ่ง  ดิฉันอยู่
                บางปะอินอีกไม่นานนัก  ก็ตามเสด็จสมเด็จพระพันวัสสาฯ  กลับ
                กรุงเทพฯ

                        เมื่อกลับมากรุงเทพฯ ก็อยู่กับครอบครัวท่านปรีดีเช่นเดิม มี
                เพื่อนฝูงหลายคนแสดงความเสียใจทั้งทางจดหมาย และทั้งมาเยี่ยม
                ด้วยตนเอง เพื่อเป็นการปลอบใจให้คลายเศร้า หลายคนเสนอความ

                ช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น คุณหลุยจะให้ไปทำางานบริษัทอะไรไม่ทราบ โดย
                จะให้เงินเดือนสูง บางคนก็จะให้ไปเป็นเอเย่นรถยนต์ ฯลฯ ต่าง ๆ
                นานา แต่ท่านปรีดีเข้าใจจิตใจดิฉันดีกว่าคนอื่น ท่านเตือนให้ดิฉันนิ่ง ๆ
                ไว้ก่อน  อย่าเพิ่งไปรับปากใคร  เพราะจิตใจของดิฉันขณะนั้นกำาลัง

                สับสนไม่เป็นปกติ รอไว้นานอีกหน่อย ให้เวลาช่วยรักษาจิตใจ แล้วจึง
                ค่อยคิดว่า ควรจะทำาอะไรจะดีกว่า
                        ท่านปรีดีได้จัดแจงขอพระราชทานยศให้จำากัดได้เป็น

                นายพันตรี และดิฉันได้รับพระราชทานบำานาญมาจนทุกวันนี้ และยัง
                ขอบำานาญทางทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้อีกด้วย ถึงแม้จะเป็น




                                                  ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓  ๘๕
   81   82   83   84   85   86   87   88   89   90   91