Page 83 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 83
อธิบดีคงจะได้เงินเดือน ๖๐๐ บาท) และอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพวกลูกน้อง
สนิท ๆ ของท่านมากราบเยี่ยม ๔-๕ คน ท่านบอกว่า “อยู่กินกลางวัน
กันก่อนนะ กินอะไรดีล่ะ ให้คนไปซื้อขนมจีบซาลาเปาดีกว่า ๒๐ บาท
พอไหม?” ทุกคนหัวเราะขึ้นพร้อมกัน ท่านถามว่า “ทำาไม? น้อยไป
หรือ?” คนหนึ่งในพวกเราจึงตอบว่า “๑๐๐ บาทก็ยังไม่พอเลยครับ
สมัยนี้” ท่านหัวเราะบ้าง แล้วไม่ว่าอะไร บอกคุณพูนศุขว่า สุดแล้วแต่
จะสั่งการเอาเอง
ไม่ทราบว่า ตอนท่านปรีดีเรียนจบใหม่ ๆ ยังเป็นหนุ่มฟ้อนั้น
จะสม้าทและชอบของโก้เก๋เหมือนนักเรียนนอกส่วนมากหรือไม่ ดิฉัน
ไม่เคยเห็นท่านขับรถเอง เมื่อตอนที่ดิฉันรู้จักท่านนั้น ท่านอายุประมาณ
๔๒ ปีเท่านั้น ยังไม่แก่เกินที่จะขับรถ แต่ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะท่านมี
ตำาแหน่งสูงมากแล้ว คือ เป็น รมต. มาหลายกระทรวง และขณะนั้น
กำาลังเป็นผู้สำาเร็จราชการแทนพระองค์ จึงไม่สมควรที่จะขับรถเองก็ได้
คนข้างเคียงท่านบอกว่า ไม่เคยเห็นท่านขับรถ หลายคนสงสัยว่า ท่าน
ขี่จักรยานเป็นหรือเปล่า แต่ของแน่ ๆ ก็คือว่า ท่านสนใจและมุ่งมั่นใน
ด้านวิชาการอย่างเดียวไม่สนใจของอื่น
มีเรื่องขำาอยู่เรื่องหนึ่ง คือ เมื่อตอนนำ้าท่วมมาก ท่านมีเรือ
หลายลำา แต่มีคนเอาเรือเล็ก ๆ ลำาหนึ่งมาให้ เป็นเรือที่ตามชนบทใช้กัน
ตามปกตินั่งเพียงคนเดียวหรืออย่างมากก็เพียง ๒ คน เรือเจ้ากรรมลำานี้
ไม่ว่าใครลงไปนั่งก็ควำ่าลงมาทุกคน แม้กระทั่งคุณวิชา กันตามระ ชาว
อยุธยาผู้เจนจัดในการนั่งเรือ ลองลงไปนั่งก็ล่มอีก ท่านปรีดีนั่งดูอยู่
นานแล้ว ท่านสงสัยว่า คนทั้งหลายนั้นคงจะไม่รู้วิธีถ่วงดุลตัวเองให้
ถูกต้อง ท่านเคยเล่าว่า สมัยอยู่อยุธยา ท่านเชี่ยวชาญการนั่งเรือมาก
จึงอยากจะแสดงเทคนิคในการนั่งเรือให้ใคร ๆ ได้รู้ไว้บ้าง แต่พอท่าน
ก้าวลงไป “ตูม!” ยังไม่ทันได้แสดงอะไรเลย เรือก็ควำ่าเสียแล้ว ตัวท่าน
๘๒ ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓

