Page 84 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 84
เปียกปอนหมด แต่นำ้าที่นั่นเป็นนำ้าบริเวณรั้วบ้าน ไม่สกปรกอะไร คนที่
อยู่รอบ ๆ ลืมตัวพากันหัวเราะโดยไม่กลัวว่าท่านจะโกรธ แต่ท่านก็
ไม่โกรธ กลับหัวเราะด้วย และพูดว่า “เอ ทำาไมเป็นอย่างนี้” แต่ก็ไม่
เสียเวลาลองอีกครั้ง ในที่สุด จำาไม่ได้ว่า มีคนสามารถพิชิตเรือวิเศษ
ลำานั้นหรือเปล่า
ระหว่างระเบิดลงหนักขึ้น ๆ ท่านปรีดีไม่ไว้ใจในความปลอดภัย
ของดิฉัน จึงให้ดิฉันลาออกจากธนาคาร และไปอยู่กับครอบครัวของ
ท่าน ครั้งแรกอยู่อยุธยา และต่อมาอยู่ในวังบางปะอิน ที่วังบางปะอินนี้
เจ้านายฝ่ายในได้ตามเสด็จสมเด็จพระพันวัสสาฯ ไปอยู่กันคับคั่ง ท่าน
ปรีดีได้ดูแลความสะดวกสบายทุกประการ ท่านไม่แน่ใจว่า สงคราม
จะยืดเยื้อต่อไปอีกนานเท่าใด เห็นว่า เด็กที่อพยพไปก็มีไม่น้อย จึงได้
จัดการขอตั้งโรงเรียนขึ้นชั่วคราว เป็นทางการจากกระทรวงศึกษาฯ
สถานที่ที่ใช้เป็นโรงเรียนนั้น คือ ศาลาหลังคามุงจาก ซึ่งกว้างขวาง
พอใช้ พวกเด็ก ๆ ลูกหลานของคณะอพยพในวังและรอบ ๆ วัง ได้มา
สมัครเรียนกัน ทำาให้ผู้ปกครองโล่งใจที่เด็ก ๆ จะได้ไม่ว่าง และไม่มี
เวลาเกะกะซุกซนอีกต่อไป ส่วนครูที่จะสอนก็คือ พวกเราที่อพยพไป
นั่นเอง ทำาให้หลายคนหายเหงา เพราะมีงานทำาไม่เบื่อ จำาได้ว่า
ตอนนั้นทุกคนขอบคุณและชมเชยท่านปรีดีมาก
ตอนจวนสงครามเลิก เมื่อรู้ว่า ญี่ปุ่นกำาลังจะยอมแพ้แน่แล้ว
ท่านปรีดีส่งกำาแหง พลางกูร น้องชายจำากัด ซึ่งโดดร่มลงมาทำางาน
อยู่ในเมืองไทยนานแล้ว ไปเยี่ยมและพักค้างอยู่กับดิฉันที่บางปะอิน
๒-๓ วัน ท่านคงจะให้ดิฉันดีใจที่ได้พบกำาแหงก่อนที่จะรู้เรื่องการตาย
ของจำากัด ท่านให้คนไปเชิญคุณวัฒนา อิศรภักดี เพื่อนสนิทของจำากัด
คนหนึ่งซึ่งเป็นผู้พิพากษาอยู่ที่อยุธยามาเยี่ยมดิฉันบ่อย ๆ ด้วย
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๘๓

