Page 166 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 166
เนื่องจากเวลามีจำากัด ผมจึงยกเรื่องนี้มาเพียงเท่านี้ ว่าสิ่งที่
เป็นเรื่องของการเมืองที่เกิดการเปลี่ยนแปลงคืออะไร ความจริงยังมี
ประเด็นเรื่องประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ถ้าไปอ่านงานในช่วงหลังๆ
ของอาจารย์ปรีดี ท่านพูดถึงประชาธิปไตยสมบูรณ์ ความหมายคือ
ประชาธิปไตยมีแค่การเมืองไม่ได้ แต่ต้องมีทางเศรษฐกิจด้วย สิ่งนี้คือสิ่งที่
อาจารย์ปรีดีพยายามทำาด้วยการร่างเค้าโครงการเศรษฐกิจขึ้นมา แต่ท่าน
ทำาไม่สำาเร็จและถูกกล่าวหาเป็นคอมมิวนิสต์ ผมเรียนว่าความแตกต่าง
ระหว่างเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์หรือฟาสซิสต์กับแบบอาจารย์ปรีดีอยู่
ตรงนี้ หลักความเสมอภาคในระบอบประชาธิปไตยไม่เหมือนกับความ
เสมอภาคในระบอบคอมมิวนิสต์ตรงไหน ระบอบคอมมิวนิสต์นั้นเหมือน
กับว่าทุกคนต้องเท่ากันหมด มีอะไรก็เท่ากันหมด แต่ความเสมอภาคของ
ระบอบประชาธิปไตยคือโอกาส โอกาสที่ต้องเสมอกัน คนทำามากได้มาก
คนทำาน้อยได้น้อย เค้าโครงการเศรษฐกิจของอาจารย์ปรีดีคือสร้างโอกาส
ที่เสมอกัน โดยมุ่งเน้นไปที่ปัจจัยการผลิตคือที่ดิน ทุกคนมีโอกาสที่เสมอ
กัน ไม่ได้แปลว่าทุกคนมีเท่ากัน ที่เท่ากันคือโอกาส แต่น่าเสียดายเรื่องนี้
ก้าวหน้าเกินไปในขณะนั้น แล้วคนไม่เข้าใจว่านี้คือคนละเรื่องกันกับ
ระบอบคอมมิวนิสต์ จึงทำาให้อาจารย์ปรีดีถูกโจมตี
ในทางวัฒนธรรมทางสังคมคืออะไร เราเรียกด้วยศัพท์
สมัยใหม่ว่า civic education คือประชาธิปไตยสำาเร็จได้ ประชาชนต้อง
เป็นพลเมืองด้วย คือรับผิดชอบต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม ต้องใช้การ
ศึกษา เมื่อมีการตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองขึ้นมา
อาจารย์ปรีดีเลือกวันที่ ๒๗ มิถุนายน เป็นวันก่อตั้งธรรมศาสตร์ ไม่เลือก
๒๔ มิถุนายน เหตุใดอาจารย์ปรีดีถึงไม่เลือกวันที่ ๒๔ มิถุนายน ก็เพราะ
วันที่ ๒๗ มิถุนายน อำานาจสูงสุดของประเทศได้กลายเป็นของราษฎร
ทั้งหลาย อาจารย์ปรีดีจึงเลือกวันที่ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศเป็น
166 ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑

