Page 162 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 162

นี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศเยอรมนีสมัยอดอล์ฟ  ฮิตเลอร์
            นั่นเอง  เมื่อ  ส.ส.  ของรัฐบาลต้องยกมือให้กับฮิตเลอร์ทุกสิ่งอย่าง

            ไม่สามารถยกมือเป็นอย่างอื่นได้ แต่ว่าประเทศเยอรมนีก็เป็นตัวอย่าง
            เพราะว่าก่อนหน้าฮิตเลอร์  เป็นผลร้ายของรัฐสภาในอีกรูปแบบหนึ่ง
            นั่นคือถ้าหากว่ารัฐบาลครอบงำาสภาก็จะเกิดเผด็จการโดยใช้
            พรรคการเมืองขึ้นมา อีกรูปแบบหนึ่งคือรัฐบาลแบบตรงข้าม คืออ่อนแอ
            ไม่มีสิทธิภาพ เพราะว่าลำาพังเพียงพรรคหนึ่งพรรคใด ไม่สามารถตั้ง

            รัฐบาลได้โดยลำาพังก็ต้องไปชวนพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาล ปัญหาคืออะไร
            พรรคที่จะมาร่วมรัฐบาลเขาต่อรองตำาแหน่งต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี พอถึง
            เวลาจะไปตรวจสอบเขาจะไปสั่งอะไร ถ้าทำางานบริหารกระทรวงไม่ดี
            ก็ไม่ควบคุมอะไรไม่ได้มากเพราะถ้าเขาถอนตัวไปไปอยู่อีกข้างหนึ่งรัฐบาล
            ก็ล้ม ว่าง่ายๆ คือสิ่งที่เป็นตรงกันข้ามของรัฐบาลเข้มแข็งเกินไปก็คือ

            รัฐบาลที่อ่อนแอเกินไป และนี่คือสภาพของการเมืองก่อนหน้าที่ฮิตเลอร์
            จะขึ้นสู่อำานาจ
                     ว่าง่ายๆ คือระบบรัฐสภามีข้อเสียโดยตัวมันเอง คือถ้าไม่เกิด
            รัฐบาลที่เป็นเผด็จการไปเลยก็อ่อนแอไปเลยและประเทศไทยก็เผชิญกับ
            ปัญหาของระบบสภามาแล้วทั้ง ๒ แบบ ประเด็นคือว่าน่าสนใจ ประเทศ

            เยอรมนีนั้นหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เยอรมนีตะวันตก ความจริงเขา
            เลือกได้เพราะประเทศเขาเป็นสาธารณรัฐ  ว่าง่ายๆ  คือเขาสามารถ
            เลือกระบบการเมืองที่ประมุขของประเทศมาจากการเลือกตั้งได้  คือ
            ระบอบประธานาธิบดี แต่ประเทศเยอรมนียังคงเลือกระบบรัฐสภาต่อไป

            ก็แปลว่าระบบรัฐสภา มันมีข้อดีอะไรบางอย่างใช่ไหม แล้วที่สำาคัญคือว่า
            เยอรมนีก็เลือกระบบรัฐสภาโดยที่ได้หาวิธีการแก้ไขทำา อย่างไรให้รัฐบาล
            ไม่สามารถที่จะมาครอบงำาสภาได้ ผมขอขยายความสั้นๆ นิดเดียว คือ
            ระบบประธานาธิบดีแม้ว่าจะมีจุดแข็งเรื่องการแบ่งแยกอำานาจเพราะว่า





            162          ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑
   157   158   159   160   161   162   163   164   165   166   167