Page 172 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 172
สิ่งที่ต่างออกไปอย่างชัดเจนนั้นคือว่าครั้งนี้ดูเหมือนเราจะอิง
กับจีนอยากเด่นชัดตามโมเดลเรื่อง “เห็บสยาม” กระโดด ตามคำาพูดของ
คุณสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง จริงๆ แล้วท่านสมชัยอาจจะ
ไม่ได้พูดผิดเพราะว่า ถ้ามองในอดีตไปให้ไกลอีกหน่อยเราเคยเปลี่ยน
อย่างนี้มาอย่างน้อย ๓ ระลอกแล้ว ระลอกแรกก็คือเราไปกับเศรษฐกิจ
อาณานิคมที่มีอังกฤษเป็นแกนนำา แล้วรอบที่ ๒ คือเราไปกับบริบทของ
อเมริกาภายใต้บริบทสงครามเย็น แล้วรอบที่ ๓ ก็คือ ๒๕๒๐ ระลอกของ
โลกาภิวัตน์ Eastern Seaboard ซึ่งได้เชื่อตามงานของอาจารย์กุลลดา
เกษบุญชู-มี้ด ก็คือว่า ส่วนนี้ก็จะเป็นอเมริกาอีกเช่นกัน ภายใต้ทุนของ
ญี่ปุ่นที่มาผลิตชิ้นส่วน
และตอนนี้ไม่ว่าเราอยู่ภายใต้รัฐบาลจากไหน สิ่งที่เรากำาลังจะ
เผชิญก็คือเรากำาลังผลักตัวเข้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกรอบ และ
ถ้าได้เรียนรู้จากอดีตมาบ้างเราก็จะพบว่าผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง
ในแต่ระลอกนั้นมันนำาไปสู่การเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมือง
แบบที่ไม่ค่อยเอื้อกับคนตัวเล็กตัวน้อยเท่าไหร่ และนี่เป็นสภาวะที่เชื่อว่า
มันจำาเป็นต้องรับมือ ฉะนั้นในสถานะแบบนี้ จำาเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเกิด
การมีพลังกำากับจากภาคสังคมเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงและต่อรอง และดึง
ให้การกระจายทรัพยากรและความมั่งคั่งที่จะตามมาจากการเปลี่ยนแปลง
เหล่านี้ ให้ไปสู่คนจำานวนมากที่สุดเท่าที่จะทำาได้ แน่นอนว่าสภาพ
ดังกล่าว การเมืองแบบประชาธิปไตย มีเสรีภาพ จำาเป็นอย่างมาก การ
เปิดโอกาสให้มีการรวมตัวเรียกร้อง ต่อรอง ขัดขืน จำาเป็นอย่างมาก ซึ่ง
ทั้งหมดนี้ไม่มีในปัจจุบัน และเราก็ได้เรียนรู้มาบ้างแล้วว่าหากเราก้าว
กระโดดทางเศรษฐกิจโดยที่ไม่มีเรื่องพวกนี้ เราเรียนรู้มาบ้างจากสมัย
ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ว่ามันเป็นการพัฒนาที่โตเดี่ยวและเหลื่อมลำ้า
สูงขนาดไหน
172 ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑

