Page 173 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 173
ในสภาพแบบนี้เราต้องการการรวมพลัง โจทย์จึงไม่ใช่ทักษิณ
ชินวัตร หรืออำามาตย์ในแง่ที่เป็นตัวบุคคล เพราะว่าไม่ว่าอย่างไรชุดใหญ่
คณาธิปไตยไม่ว่าพวกไหนสีไหนก็แสวงหาประโยชน์สูงสุดกับพวกเขา
ก่อนอยู่แล้ว ในช่วงเวลาแบบนี้ที่เราต้องการการรักกันมากกว่าครั้งไหน
ไหน เพื่อรักษาพื้นที่และทรัพยากรที่เหลือไม่มากเอาไว้ โดยสรุปก็คือว่า
สภาพปัจจุบันมันกำาลังจะเจอกับภัยคุกคามจากการกระโดดเข้าสู่ทุนนิยม
รอบใหม่อย่างลงลึกมากขึ้น ซึ่งหากไม่เป็นประชาธิปไตยก็ยากที่ส่วนแบ่ง
การกระจายทรัพยากรจะเป็นไปอย่างเป็นธรรม และก็ยากยิ่งกว่าที่จะ
ไม่ไปบีบคอใครให้เสียสละเพื่อสังเวยความเติบโตเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม
ในภัยคุกคามก็มีโอกาสอยู่ ซึ่งจะกล่าวในหัวข้อสุดท้าย
หัวขอที่ ๒ แนวคิดอะไรของอาจารย์ปรีดีที่เหมาะกับสภาพ
แบบนี้ ท่ามกลางความพยายามของอาจารย์ปรีดีหลายเรื่อง มี ๒ โจทย์
ใหญ่ที่อาจารย์ปรีดีพยายามทำาอยู่ตลอดคือ (๑) ประชาธิปไตยสมบูรณ์
และ (๒) การประนีประนอมระหว่างระบอบเก่ากับระบบใหม่ จะว่าไปก็
อาจจะเป็นหลังตุลาคม ๒๔๗๖ (เหตุการณ์กบฏบวรเดช) และสิ่งที่ตีความ
เพิ่มเข้าไปก็คือ เงื่อนไขแห่งความสำาเร็จของ ๒ ภารกิจนี้จะเป็นไปได้เมื่อ
มีชาตินิยมของประชาชน
ก่อนจะกล่าวต่อขออธิบายวิธีการที่ใช้สำาหรับการตีความสัก
เล็กน้อย คืออาจจะไม่ถึงขั้นเป็นวิธีวิทยาแต่ว่าอาจจะเป็นการแลกเปลี่ยน
และตีความด้วยวิธีแบบไหน กล่าวคือเวลาเราต้องการนำาเสนอถึงหัวข้อ
การศึกษาความคิด วิธีคิด ระบบคิด หลายครั้งเราพบว่าเรามักจะเสนอ
แบบ เช่น หนึ่งก็คือว่าบอกว่าเขาคิดอะไรหรือว่าอะไรที่ทำาให้เขาคิด
แบบนั้น อันนี้ก็ทำาได้ หรือจะเสนออีกแบบอย่างที่ ๒ ก็เช่นอาจจะเสนอ
ด้านกรรมว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้คิดแบบนั้นไม่ได้เชื่อแบบนั้น ซึ่งไม่จริงแล้ว
เรามีวิธีการนำาเสนอที่ตีความใหม่ ดีกว่า ใหม่กว่า สิ่งที่ผมจะนำาเสนอ
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑ 173

