Page 103 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2562"
P. 103
ประจำาชาติเป็นไหนๆ เพราะฉะนั้น ผมจึงว่าท่านได้สร้างอะไรมหาศาล
ด้วยสติปัญญาอันล้ำาลึกของคนไทยที่มีวิธีทำาอะไรให้กลมกลืนแนบเนียน
ให้มันไม่ประเจิดประเจ้อได้ดีเหลือเกิน
พอมาถึงมาตรา ๕ ก็มีว่า “พระมหากษัตริย์ทรงดำารงตำาแหน่ง
จอมทัพสยาม” ถ้าเรายืนยันหลักนี้อย่างเต็มที่และด้วยพลังอำานาจของ
ประชาชนอย่างที่แสดงออกในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬใน ๓-๔ ปีที่แล้ว
ผมคิดว่าเราสามารถทำาให้โครงสร้างของรัฐธรรมนูญที่สร้างไว้ให้เป็นจริง
เป็นจังขึ้นมาได้ ไม่ให้ทหารไทยถูกใช้ไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของบุคคล
บางกลุ่ม ทหารจะต้องเป็นกองทัพของบ้านเมือง เป็นกองทัพไทย
มาตรา ๙ บัญญัติว่า “การสืบราชสมบัติ ท่านว่า ให้เป็นไปโดย
นัยแห่งกฎมนเทียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. ๒๔๖๗ และ
ประกอบด้วยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร” จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญ
ฉบับนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการสืบสันตติวงศ์เลย ยังคงรักษา
ธรรมเนียมอันบรรพบุรุษของไทยได้สร้างสรรค์กันไว้ที่เป็นธรรมเนียม
ของรัฐธรรมนูญไทย ท่านเขียนยืนยัน (Conf rm) ท่านไม่ได้สร้างขึ้นใหม่
นักกฎหมายไม่ใช่คิดอะไรสร้างของใหม่อยู่เรื่อย ของที่มีอยู่แล้ว ปฏิบัติ
อยู่แล้ว เราเขียนยืนยันเน้นว่าเป็นอย่างนี้เป็นอย่างนั้นให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น
สิ่งที่ผมอยากจะชี้อยู่ที่วรรคสุดท้ายประโยคสุดท้ายที่ว่า “และ
ประกอบด้วยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร” ที่เป็นหลักอย่างนี้
เพราะถือว่าสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย และในหลัก
รัฐธรรมนูญเดียวกันที่เขียนไว้ในมาตรา ๒ ว่า “อำานาจอธิปไตยย่อมมา
จากปวงชนชาวสยาม” เพราะฉะนั้นจึงจำาเป็นต้องมีประโยคสุดท้ายของ
มาตรา ๙ เพื่อรักษาหลักว่าอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย เราได้รักษา
หลักอันนี้ไว้ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๑๗ ซึ่งผมโชคดีที่ได้ร่วมร่างด้วยนั้นเรารักษา
บทนี้ที่คณะราษฎร โดยมีท่านอาจารย์ปรีดีเป็นหัวหน้าฝ่ายพลเรือนได้
ท่านผู้ประศาสน์การของเรา 101

