Page 134 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 134
รัฐสภาแบบ “สภาเดียว”
ปรีดีได้กล่าวในเชิงที่ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐธรรมนูญใด
จะกำาหนดให้รัฐสภาเป็นแบบสภาคู่ คือ มีทั้งสภาผู้แทนราษฎรและ
วุฒิสภา ปรีดีเห็นว่า ราชอาณาจักรไทยควรมีสภาผู้แทนราษฎรแต่
เพียงสภาเดียวเท่านั้น แนวความคิดของปรีดีนี้ปรากฏให้เห็นในปฐม
รัฐธรรมนูญดังได้กล่าวมาแล้ว ต่อมาในคราวที่มีการพิจารณาร่าง
รัฐธรรมนูญฉบับ ๑๐ ธันวาคม ๒๔7๕ ประธานอนุกรรมการร่าง
รัฐธรรมนูญก็ได้มีคำาแถลงโดยให้เหตุผลเกี่ยวกับปัญหาว่า ควรมีสภา
เดียวหรือ ๒ สภา สอดคล้องกับแนวความคิดของปรีดีแต่เดิมอีกครั้ง
ความว่า
“...อนุกรรมการได้ตรึกตรองอยู่หนักหนา คือ รัฐธรรมนูญ
ของเรานี้ควรจะบัญญัติให้มี ๒ สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรเป็นสภา
ล่าง กับสภาบนอีกสภาหนึ่ง หรือจะควรมีสภาเดียว เมื่อได้ตรึกตรอง
โดยรอบคอบแล้วเห็นว่า เราจะตั้งรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ไม่มีประเพณีที่จะ
บังคับเรา การมีสภาเดียวนั้นกิจการดําเนินได้รวดเร็ว การมี ๒ สภานั้น
อาจถ่วงกันชักช้าโตงเตง ... ที่ข้าพเจ้าได้สังเกตและได้พบได้ยินมา
บางประเทศที่มี ๒ สภานั้น กิจการเดินช้านัก แต่ว่ามีบางประเทศที่
ต้องมี ๒ สภา เพราะเป็นประเพณีบังคับ แต่ในรัฐธรรมนูญใหม่ ๆ ที่
เกิดขึ้นสมัยเร็ว ๆ นี้ ก็มักจะมีแต่สภาเดียว เมื่อตกลงใจดั่งนี้ จึงได้
๔๕
ดําเนินการในทางให้มีสภาเดียว...”
อย่างไรก็ตาม หากต้องมีสภาสูงหรือวุฒิสภาแล้ว ปรีดีเห็นว่า
สมาชิกของสภาสูงอย่างน้อยก็ควรมาจากการเลือกตั้งโดยอ้อมของ
๔๕ “รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร, ครั้งที่ ๓๔/๒๔7๕, ๑๖ พฤศจิกายน
๒๔7๕,” อ้างถึงใน อ้างแล้ว เชิงอรรถที่ ๑๗, น. ๑๑7-๑๑๘. เน้นคำาโดยผู้เขียน.
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๓๓

