Page 135 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 135

ราษฎร ซึ่งอาจใช้วิธีการเลือกตั้งสองชั้นโดยสภาเทศบาลหรือสภาจังหวัด
            ในขณะนั้นหรือมิฉะนั้นก็โดยสภาผู้แทนราษฎร และให้โอกาสแก่ทุกคน

            ที่มีคุณสมบัติเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกได้โดยเปิดเผย กับ
            ให้สภาผู้แทนราษฎรมีเวลาพอที่จะพิจารณาว่า ผู้สมัครคนใดควรได้รับ
            การเลือกตั้ง
                     ปรีดีเห็นว่า เหตุผลของการมีสภาสูงนั้นก็เพื่อทำาหน้าที่เพียง

            “ยับยั้ง” ร่างกฎหมายที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอ โดยถือว่า สมาชิก
            สภาสูงเป็นผู้มีอายุมากกว่าสมาชิกสภาล่าง จึงไตร่ตรองรอบคอบไม่
            หุนหันพลันแล่น เพื่อให้สภาสูงช่วยกลั่นกรองร่างกฎหมายอันเป็นการ

            ยับยั้งประดุจ  “ห้ามล้อ”  ไม่ใช่เป็นการ  “ถ่วง”  ทั้งนี้  โดยคำานึงถึง
            “ดุลยภาพแห่งอำานาจ” ของระบบรัฐสภา ซึ่งในทางวิชาการประชา-
            ธิปไตยนั้น ไม่ปรากฏว่า ภายในอำานาจนิติบัญญัติต้องมีการถ่วงอำานาจ
            ของสภาผู้แทนราษฎรโดยอภิสิทธิ์ชนแต่อย่างใด อนึ่ง เนื่องจากกฎหมาย

            ไม่ได้กำาหนดอายุขั้นสูงของผู้แทนราษฎรไว้ ในทางปฏิบัติสมาชิกสภา
            ผู้แทนราษฎรหลายคนก็มีอายุสูงกว่าสมาชิกสภาสูง ดังนั้น ในหลาย
            ราชอาณาจักรในปัจจุบันจึงมีสมาชิกของรัฐสภาแต่เพียงประเภทเดียว

            คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ซึ่งมีสมาชิกคนหนุ่มกับคนสูงอายุ
            ร่วมงานกัน ๔๖
                     ปรีดีเห็นว่า การมีสภาเดียวที่มีทั้งสมาชิกเป็นคนหนุ่มและ
            คนแก่ก็สามารถทำาให้การพิจารณาร่างกฎหมายมีประสิทธิภาพได้

            โดยการยืดเวลาในการพิจารณาร่างกฎหมายวาระที่ ๓ ออกไป เพื่อให้
            สมาชิกได้มีเวลาในการช่วยกันตรึกตรองให้รอบคอบอีกชั้นหนึ่ง ส่วน
            รัฐธรรมนูญที่กำาหนดให้มีสองสภานั้น  ในการพิจารณาของสภาสูง



            ๔๖  อ้างแล้ว เชิงอรรถที่ ๔๐, น. ๘๒-๘๔.



            ๑๓๔    ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓
   130   131   132   133   134   135   136   137   138   139   140