Page 138 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 138

ปรีดีได้กล่าวไว้ว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ๑๐ ธันวาคม
                ๒๔7๕ นั้นถือหลักการมีสภาเดียว ดังนั้น แม้ปรีดีจะเป็นเพียงหนึ่งใน

                อนุกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว แต่การที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้
                กำาหนดให้มีสภาเดียวจึงตรงตามแนวคิดและความนิยมของปรีดีมา
                ตั้งแต่ต้น นอกจากนี้ ปรีดีได้ให้คุณค่าบทบัญญัติมาตรา ๑๖ ของ
                รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ได้กำาหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องมา

                จากการเลือกตั้งโดยราษฎรนั้นว่า เป็นบทบัญญัติที่เป็นไปตามระบอบ
                           ๕๐
                ประชาธิปไตย
                        ส่วนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๘๙

                ที่ปรีดีมีส่วนในการก่อกำาเนิดขึ้นอีกฉบับหนึ่งที่ได้กำาหนดให้มีสอง
                สภานั้น ปรีดีกล่าวในเชิงว่า ไม่เห็นด้วยกับการให้มีสองสภามาแต่ต้น
                โดยปรีดีได้กล่าวไว้ว่า ตนเองเพียงแต่ทำาหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายใน
                ขณะนั้นเท่านั้น กล่าวคือ ในขณะที่ตนเองดำารงตำาแหน่งผู้สำาเร็จราชการ

                แทนพระองค์กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ ๒ ตามรัฐธรรมนูญ
                ฉบับ  ๑๐  ธันวาคม  ๒๔7๕  ในขณะนั้น  ปรีดีเป็นผู้ริเริ่มให้เลิก
                บทเฉพาะกาลอันเป็นบทบัญญัติที่จำาเป็นต้องมีในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ




                อย่างมีนัยสำาคัญต่อความมั่นคงแน่นอนของการอภิวัฒน์ ๒๔7๕ ดังนั้น ต่อปัญหานี้
                จำาเป็นต้องพิจารณากันโดยละเอียดโดยใช้ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และทฤษฎี
                กฎหมายรัฐธรรมนูญประกอบกัน ซึ่งผู้เขียนได้วิเคราะห์ไว้บ้างแล้วในวิทยานิพนธ์เรื่อง
                “แนวความคิดทางกฎหมายรัฐธรรมนูญของปรีดี พนมยงค์” ในหัวข้อที่ว่า ด้วย “ข้อ
                พิจารณาบางประการเกี่ยวกับการเกิดขึ้นและสิ้นสุดลงของรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับแรก”.
                ๕๐  ปรีดี พนมยงค์, “คณะราษฎรกับการอภิวัฒน์ประชาธิปไตย ๒๔ มิถุนายน,”
                ปรีดี พนมยงค์กับสังคมไทย, จัดพิมพ์โดยคณะกรรมการดำาเนินงานฉลอง ๑๐๐ ปี
                ชาตกาล  นายปรีดี  พนมยงค์  รัฐบุรุษอาวุโส,  (กรุงเทพมหานคร:  โรงพิมพ์
                มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๒๖), น. ๓๔๙.



                                                  ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๓7
   133   134   135   136   137   138   139   140   141   142   143