Page 140 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 140

แต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการและทำาหน้าที่ตามที่ได้รับ
                แต่งตั้งในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวตามที่สภาลงมติรับ

                หลักการแล้วนั้น แม้ในระหว่างนั้นปรีดีจะได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
                ให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ปรีดีก็เพียงแต่ทำาหน้าที่ประธานคณะกรรมการ
                จนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ  และเสนอต่อสภาเพื่อ
                พิจารณาจนสำาเร็จบริบูรณ์เท่านั้น ปรีดีจึงได้กล่าวสรุปยำ้าไว้อย่างชัดเจน

                ในเวลาต่อมาว่า ในเรื่องการกำาหนดให้มีสภาเดียวนั้นปรีดีเห็นด้วยกับ
                องค์การนักศึกษาในสมัยก่อนเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ที่องค์การ
                นักศึกษาจัดให้มีร่างรัฐธรรมนูญ โดยเห็นควรกำาหนดให้ราชอาณาจักร

                ไทยมีสภาผู้แทนราษฎรแต่เพียงสภาเดียว
                        แม้การมีสองสภาของรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๔๘๙ ปรีดีจะไม่
                                 ๕๓
                เห็นด้วยสักเท่าใดนัก  แต่ปรีดีก็ยังเห็นว่า หลักการของรัฐธรรมนูญ
                ฉบับ ๒๔๘๙ นั้น ก็ได้เคารพหลักประชาธิปไตยอยู่ เนื่องจาก แม้

                รัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้รัฐสภาประกอบด้วย “พฤฒสภา” กับ “สภา
                ผู้แทน” แต่โดยที่สมาชิกพฤฒสภาและสมาชิกสภาผู้แทนเป็นผู้ที่ราษฎร
                เลือกตั้งขึ้นมิใช่โดยการแต่งตั้ง กล่าวคือ ราษฎรเป็นผู้เลือกตั้งสมาชิก

                สภาผู้แทนโดยตรงและเป็นผู้เลือกตั้งพฤฒสมาชิกโดยทางอ้อม ซึ่ง
                เป็นการเลือกตั้ง ๒ ชั้น เพียงแต่ในระยะเริ่มแรกมีบทเฉพาะกาลที่ให้
                สภาผู้แทนราษฎรทั้งประเภทที่ ๑ และประเภทที่ ๒ ประกอบกันเป็น



                ๕๓  ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของสภาผู้แทนราษฎรที่จะให้อำานาจนิติบัญญัติมี
                ๒ สภา คือ สภาสูงหรือสภาบน ซึ่งเรียกว่า พฤฒสภา และสภาล่าง ซึ่งเรียกว่า สภา
                ผู้แทน นั้น มีสมาชิกประเภทที่ ๑ หลายท่านไม่เห็นชอบด้วยเพราะประสงค์ที่จะให้
                มีแต่สภาเดียว แต่ด้วยการประนีประนอมต่อกันเรื่องการมี ๒ สภานี้จึงเป็นอันผ่านไป
                ได้ โปรดดู ไพโรจน์ ชัยนาม, รัฐธรรมนูญ บทกฎหมาย และเอกสารสําคัญในทาง
                การเมืองของไทย, (กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๑๙), น. ๑๒๕.



                                                  ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๓๙
   135   136   137   138   139   140   141   142   143   144   145