Page 142 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 142
ว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยยิ่งกว่ารัฐธรรมนูญใด ๆ ของ
ไทยนั้น ได้บัญญัติให้สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้ง มิใช่เป็น
๕7
ผู้ที่ราษฎรเลือกตั้ง
อนึ่ง ปรีดีแสดงความเห็นไว้ด้วยว่า นอกจากสมาชิกพฤฒ-
สภาเป็นผู้แทนที่ราษฎรเลือกตั้งขึ้นแล้ว มาตรา ๒๔ ของรัฐธรรมนูญ
ฉบับ ๒๔๘๙ ยังได้กำาหนดไว้ว่า “สมาชิกพฤฒสภาต้องไม่เป็น
ข้าราชการประจำา” ทั้งนี้ เพื่อป้องกันรัฐบาลสั่งข้าราชการที่อยู่ต้องอยู่ใต้
บังคับบัญชาของรัฐบาล ลงสมัครเป็นสมาชิกพฤฒสภา ซึ่งจะทำาให้
รัฐบาลที่เป็นฝ่ายบริหารมีอำานาจเหนือพฤฒสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ
อันจะเป็นการทำาลายหลักการซึ่งจะขัดต่อประชาธิปไตย โดยเรื่องนี้เป็น
แนวความคิดที่สอดคล้องกับแนวความคิดของปรีดีที่ได้วางกรอบในการ
ร่างรัฐธรรมนูญว่า รัฐมนตรี สมาชิกของสภาผู้แทนและพฤฒสภานั้น
จะเป็นข้าราชการประจำาไม่ได้ ซึ่งในเรื่องนี้ปรากฏว่า ในชั้นของการ
พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของสภาผู้แทนราษฎรนั้น สมาชิกสภาผู้แทน
๕๘
ราษฎรก็ได้เห็นชอบโดยพร้อมเพรียงกัน
อันที่จริงนั้น การถกเถียงถึงความเหมาะสมในการก่อตั้ง
ระบบสองสภาหรือสภาคู่ในรัฐเดี่ยวได้มีมานานแล้ว และยังคงปรากฏ
ปัญหาให้ถกเถียงกันอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน แตกต่างจากการก่อตั้งระบบ
ดังกล่าวในรัฐรวม ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันอย่างไร้ข้อกังขาในการ
กำาหนดให้มีสภาคู่ ทั้งนี้ ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ หลายประเทศ
ในยุโรปได้ยกเลิกระบบสภาคู่และก่อตั้งสภาเดียวขึ้น โดยเหตุผลเพื่อ
๕7 ปรีดี พนมยงค์, “คณะราษฎรกับการอภิวัฒน์ประชาธิปไตย ๒๔ มิถุนายน,” ใน
อ้างแล้ว เชิงอรรถที่ ๘, น. ๘๕-๘๖.
๕๘ อ้างแล้ว เชิงอรรถที่ ๕๓, น. ๑๒7.
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๔๑

