Page 168 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 168
ผลิตข้าวของญี่ปุ่นก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มิใช่ว่า อเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่นเป็น
ประเทศอุตสาหกรรมแล้วเลิกการทำานา
ง. สิ่งที่มาร์กซ์ได้กล่าวไว้เมื่อ ๑๒7 ปีนั้นจะถือว่า
ท่านกล่าวไว้นมนานแล้วจึงเป็นของล้าสมัย คือ จะต้องพัฒนาให้
เข้ากับยุคปัจจุบัน แต่พ่อเห็นว่า คำากล่าวของท่านเป็นกฎวิทยาศาสตร์
ทางสังคม และโลกที่ดำาเนินไปทุกวันนี้รวมทั้งประเทศไทยด้วยนั้นก็
เป็นไปตามกฎที่ท่านได้กล่าวไว้นั่นเอง จึงขอให้ลูกพิจารณาว่า จะ
พิจารณาคำาสอนของ ม. ให้พัฒนาเข้ากับยุคชนิดไหน คือ ยุคเทคนิค
กับวิทยาศาสตร์ที่ประจักษ์อยู่ต่อหน้าต่อตาเราและต่อหน้าต่อตา
คนไทย หรือเราจะพัฒนาชนิดว่า เศรษฐกิจศักดินาของไทยอยู่อย่างไร
ก็คงอยู่อย่างนั้น จะใช้วัวควายไถนาอย่างไรก็คงเป็นอย่างนั้น จะไม่ใช้
พลังไฟฟ้าเพื่อทุ่นแรงอย่างไรก็ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ได้ยินกันจนสะเทือนหูว่า
มีเขื่อนนำ้าตกพลังไฟฟ้าที่ทำาอยู่แล้วและกำาลังทำาอยู่ และที่มีแผนการ
จะกั้นแม่นำ้าโขงก็ไม่มีอิทธิพลที่จะเปลี่ยนสภาพชนบทของไทยกระนั้น
หรือ พ่อปรารถนาที่จะให้ลูกตั้งสติในการใช้ความคิดดังกล่าวแล้วใน
ข้อหนึ่งและอย่าหวังเลยว่า กงล้อประวัติศาสตร์ ดังที่ ม. ได้กล่าวไว้
จะวกกลับไปให้ประเทศไทยคงอยู่ในระบบเศรษฐกิจศักดินา ผู้ใดขืน
หวังเช่นนั้นก็สิ้นชีพเปล่าและไม่มีทางที่จะเห็นสังคมได้ถอยหลังเข้าไป
มีสภาพเช่นนั้นอีก
จ. ม. อ. ท่านจึงได้กล่าวไว้ว่า ในที่สุดก็จะมีสอง
วรรณะที่จะต้องเผชิญหน้าต่อกัน คือ วรรณะเจ้าสมบัติ ซึ่งเป็นส่วน
น้อย และวรรณะไร้สมบัติ ซึ่งหมายถึงกรรมกรในเมืองและผู้ว่างงาน
ในเมือง ซึ่งจะกลายเป็นพลเมืองส่วนมากของสังคม ส่วนชาวนานั้น
เมื่อจำานวนลดน้อยลงไป ฐานะก็เปลี่ยนเป็นชั้นรองของของกรรมกร
และผู้ว่างงานในเมือง ฉะนั้น ในการหาเสียงคะแนนเลือกตั้งที่จะมีขึ้น
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๖7

