Page 171 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 171
ตุลาคมปีนี้ ได้ลงบทความของ ร.ท. จารุบุตร อดีตผู้แทนขอนแก่น ซึ่ง
พ่อได้คัดสำาเนาแนบมาเพื่อให้ลูกประกอบพิจารณาด้วย พ่อเคยไป
โคราชครั้งที่หนึ่งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๑ ครั้งที่สองเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๓ ทั้งสอง
ครั้งนั้นรถไฟภาคอีสานไปถึงโคราชเท่านั้น พ.ศ. ๒๔7๑ ไปบุรีรัมย์กับ
สุรินทร์ ขณะที่รถไฟเพิ่งไปถึงสุรินทร์ พ.ศ. ๒๔7๓ ไปถึงอุบลเมื่อรถไฟ
เพิ่งเดินถึงอุบล พ.ศ. ๒๔7๙ พ่อไปอีสานหลายจังหวัด ได้หยุด
ตรวจการที่ขอนแก่นขณะที่รถไฟเพิ่งถึงขอนแก่น ขณะนั้นขอนแก่นเป็น
เมืองเล็ก ๆ มีที่ทำาการรัฐบาลและบ้านพักข้าราชการที่เป็นไม้เก่า ๆ
ยังมิใช้เป็นย่านการค้าที่สำาคัญ คนในเมืองก็มีไม่มาก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑
อดีตผู้แทนบางคนก็ได้กล่าวถึงสภาพขอนแก่นซึ่งมิได้ก้าวหน้าไปกว่า
ที่พ่อเคยไปมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔7๙ แต่มาใน พ.ศ. ๒๕๑๑ ปรากฏว่า
ขอนแก่นได้เปลี่ยนสภาพเป็นเมืองที่สำาคัญ มีอุตสาหกรรมหลายอย่าง
และถ้าจะพิจารณาในด้านขุมคลัง คือ ธนาคารซึ่งกุมยอดเศรษฐกิจ
ทุนนิยมก็ปรากฏว่า ขอนแก่นมีสาขาธนาคารถึง ๑๓ แห่ง นับว่า
เป็นมากที่สุดในภาคอีสาน มากกว่านครราชสีมาที่มีเพียง ๑๒ แห่ง
มากกว่าอุบลที่มีเพียง 7 แห่ง มากกว่าอุดรที่มีเพียง ๖ แห่ง ขอให้ดู
รายละเอียดใน สยามนิกร ที่แนบมาด้วยแล้ว ทั้งนี้ก็แสดงว่า สังคมไทย
ในท้องที่และภาคนั้นได้พัฒนาไปตามกฎของปฐมเมธี
๒. เป็นความจริงที่ปฐมเมธีกล่าวไว้ว่า การที่ระบุบทุนได้
พัฒนาขึ้นนั้นได้ทำาให้พวกที่มีหัวศักดินาอาลัยอาวรณ์ระบบเศรษฐกิจ
ศักดินาเก่าของเขายิ่งนัก แต่พวกเขาก็ไม่อาจที่จะเหนี่ยวรั้งกงล้อของ
ประวัติศาสตร์ไว้ได้ สำาหรับผู้ที่ก้าวหน้านั้นก็จะต้องไม่ตั้งความคิด
เศรษฐกิจศักดินาเอามาเหนี่ยวรั้งความคิดของตนในการวินิจฉัยสภาพ
ของสังคมไทยที่กำาลังเดินไปตามกฎวิทยาศาสตร์ธรรมชาติและกฎ
วิทยาศาสตร์สังคม
๑7๐ ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓

