Page 230 - ฉบับ "ปรีดี บรรณานุสรณ์ 2561"
P. 230

ทำาโครงการหรือกิจกรรมที่ต้องมีการปฏิสัมพันธ์ภายนอก การทำาเช่นนี้
            จะให้ภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับความคาดหวังที่มีต่อความสำาเร็จของผู้เรียน

            จากทุกมิติของสังคม เป็นการขจัดไปเสียซึ่งปัญหาตามภาษิตที่ว่า “ความรู้
            ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด”


                     ๒.๔ ชุมชนทางการศึกษา
                     เมื่อการศึกษาไม่ได้เป็นเพียงเรื่องภายในสถาบันการศึกษา แต่

            เป็นสังคมทั้งหมดที่ทุกส่วนไม่ว่าจะเป็น ผู้เรียน ผู้สอน สถาบันการศึกษา
            ชุมชน ผู้ประกอบการ รัฐบาล เข้ามามีส่วนร่วมในระดับที่เท่าเทียมกัน
            เพื่อค้นหาและเรียนรู้ไปพร้อมกันๆ ว่า การศึกษาแบบใดที่จะสามารถ
            ตอบสนองความต้องการทั้งการพัฒนาระดับบุคคล และการพัฒนาระดับ

            สังคมไปพร้อมๆ กันได้
                     ผู้เขียนมีความเห็นว่า ชุมชนทางการศึกษาควรเป็นที่ฟูมฟัก
            ผู้เรียนให้สามารถเติบโตไปเป็นบุคคลที่ตนเองต้องการจะเป็น ไม่ใช่การ
            กำาหนดวางแผนจากส่วนกลางว่าจะต้องผลิตคนด้านไหนเท่าใด เพื่อให้
            สังคมมีหน้าตาแบบใดๆ ดังเช่นสินค้าอุตสาหกรรม แต่สิ่งที่ควรจะเป็น

            ปัจเจกบุคคลทุกคนที่ระบบการศึกษาได้อำานวยให้เขาสามารถประสบ
            ความสำาเร็จในทางที่ตนเลือก กล่าวคือ สังคมทั้งหมดจะต้องให้ความ
            ไว้วางใจต่ออนาคตของชาติที่จะมีสิทธิที่จะกำาหนดทางเดินของตน มิใช่
            เพียงเป็นฟันเฟองหนึ่งของระบบที่ใหญ่กว่า อันเป็นการลดทอนคุณค่า

            ความเป็นมนุษย์ และบั่นทอนศักยภาพที่แท้จริงของบุคคลที่สามารถเป็น
            ได้











            230          ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๑
   225   226   227   228   229   230   231   232   233   234   235