Page 120 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 120
ทั้งนี้ ลูกขุนชั้นสูงก็ต้องมาจากการเลือกตั้งเช่นเดียวกับสมาชิกสภา
๑๙
ผู้แทนราษฎร
อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ที่ใกล้เคียงที่สุดของการ
กำาหนดให้สภาผู้แทนราษฎรมีอำานาจพิจารณาคดีซึ่งกษัตริย์ต้องหาใน
คดีอาญาตามนัยมาตรา ๖ นี้ ผู้เขียนเห็นว่า ปรีดีน่าจะได้รับอิทธิพล
แนวคิดมาจากรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศสในสมัยสาธารณรัฐที่ ๓ มากกว่า
กล่าวคือ รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสในสมัยสาธารณรัฐที่ ๓ ฉบับลงวันที่
๒๔ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘7๕ และลงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘7๕
ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศสที่มีผลใช้บังคับร่วมสมัยในขณะที่ปรีดี
เรียนอยู่ที่ฝรั่งเศส จนถึงในช่วงของการอภิวัฒน์ ๒๔7๕ อีกด้วย
รัฐธรรมนูญของฝรั่งเศสดังกล่าวกำาหนดให้สภาผู้แทน
ราษฎรชั้นสูง (Le Sénat) อาจตั้งเป็นศาล เพื่อพิจารณาตัดสินในคดี
ที่ประธานาธิบดีเป็นจำาเลยในคดีการเมือง คือ ความผิดฐานกบฏ โดย
ผู้ที่จะฟ้องร้องประธานาธิบดีได้ คือ สภาผู้แทนราษฎรชั้นล่าง (La
๒๐
Chambre des Députés) ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้อีกเหมือนกัน
ว่า ปรีดีอาจได้รับอิทธิพลจากแนวความคิดดังกล่าวนำามาบัญญัติไว้
ในปฐมรัฐธรรมนูญนี้ เพียงแต่ปรีดีนั้นเป็นผู้ที่นิยมที่จะให้สภาซึ่งเป็น
ผู้แทนของราษฎรนั้นมีเพียงสภาเดียว โครงสร้างของระบบวิธีพิจารณา
คดีที่ประมุขของรัฐถูกฟ้องร้องดำาเนินคดีในปฐมรัฐธรรมนูญจึงต่างจาก
รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสในสมัยดังกล่าวที่มีทั้งสภาผู้แทนราษฎรชั้นสูงและ
สภาผู้แทนราษฎรชั้นล่าง
๑๙ อ้างแล้ว เชิงอรรถที่ ๑๗, น. ๓7๑-๓7๒.
๒๐ อ้างแล้ว เชิงอรรถที่ ๑๘, น. 7๕.
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๑๙

