Page 118 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 118

ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้ว่า ปรีดีอาจได้รับแนวความคิด
                ที่ใช้รูปแบบรัฐบาลโดยสภาอย่างบริบูรณ์นี้มาจากรัฐธรรมนูญของ

                ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่า ในระหว่างที่ปรีดีศึกษาอยู่
                ในฝรั่งเศสนั้น ในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๖๖-๒๔๖7 (ค.ศ. ๑๙๒๔-๒๙๒๕) ปรีดี
                ได้ร่วมกับนักเรียนไทยในฝรั่งเศสกับสวิตเซอร์แลนด์ และนักเรียนไทย
                ในประเทศอื่นในส่วนที่ขึ้นต่อสถานทูตสยาม ณ กรุงปารีส เพื่อจัดตั้ง

                สมาคมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของนักเรียนไทย โดยเรียกชื่อว่า “สามัค-
                ยานุเคราะห์สมาคม” การที่ปรีดีมีเพื่อนที่เป็นนักเรียนไทยในสวิตเซอร์-
                แลนด์และร่วมกิจกรรมดังกล่าวนี่เอง  อาจทำาให้ปรีดีได้รับแนวคิด

                มาจากรัฐธรรมนูญของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นได้ เพราะสมาคม
                ดังกล่าวมีกิจกรรมที่เป็นการให้ความรู้แก่เพื่อนนักเรียน รวมถึงการ
                ประชุมโต้เถียงแสดงความคิดเห็นทั้งในทางเศรษฐกิจและการเมืองด้วย



                อ�านาจพิจารณาคดีซึ่งกษัตร ิย์ต้องหาในคดีอาญา


                        อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแนวความคิดในเรื่องอำานาจบาง
                ประการของสภาสภาผู้แทนราษฎร เช่น อำานาจพิจารณาคดีซึ่งกษัตริย์

                ต้องหาในคดีอาญา ปรีดีน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากรัฐธรรมนูญของ
                ฝรั่งเศสในสมัยสาธารณรัฐที่ ๓ มากกว่า
                        กล่าวคือ ปฐมรัฐธรรมนูญได้แสดงออกถึงความเป็นองค์กร
                สูงสุดของสภาผู้แทนราษฎรอย่างมีนัยสำาคัญอีกประการหนึ่ง  ผ่าน

                บทบัญญัติที่แสดงถึงความไม่ไว้วางใจกษัตริย์ที่จะไม่ให้ถูกดำาเนินคดี
                หรือถูกดำาเนินการในทางใด ๆ ในทางการเมือง โดยปรีดีต้องการให้
                สภาผู้แทนราษฎรมีอำานาจในการพิจารณาคดีซึ่งกษัตริย์ต้องหาในคดี

                อาญา ดังที่บทบัญญัติในมาตรา ๖ ได้บัญญัติไว้ว่า “กษัตริย์จะถูก



                                                  ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๑7
   113   114   115   116   117   118   119   120   121   122   123