Page 122 - ปรีดีบรรณานุสรณ์ 2563
P. 122
เห็นได้ว่า การที่ปรีดีเขียนไว้ในปฐมรัฐธรรมนูญโดยกำาหนด
ให้สภาผู้แทนราษฎรมีอำานาจหน้าที่ดำาเนินคดีเกี่ยวกับความผิดของ
กษัตริย์นั้น แม้ยังมีความคลุมเครือและยังเป็นที่ถกเถียงกันได้อยู่ว่า จะ
ให้สภาผู้แทนราษฎรมีอำานาจหน้าที่กว้างขวางเพียงใดและดำาเนินการ
ไปในลักษณะใด ไม่ว่าจะทำาหน้าที่เป็นศาลสูงพิเศษหรือทำาหน้าที่
Impeachment ก็ตาม แต่ที่แน่นอน ก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่
ไว้วางใจกษัตริย์ที่จะไม่ให้ถูกดำาเนินคดีหรือถูกดำาเนินการในทางใด ๆ
ในทางการเมือง กษัตริย์ยังต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรในฐานะ
๒๒
ที่เป็นผู้แทนของราษฎรที่เป็นเจ้าของอำานาจอธิปไตยอยู่ แต่เนื่องจาก
เหตุผลเกี่ยวกับการประนีประนอมทางการเมืองและสถานการณ์ในทาง
การเมืองในระยะเวลาต่อมา อำานาจของสภาผู้แทนราษฎรตามแนว
ความคิดของปรีดีในปฐมรัฐธรรมนูญจึงเปลี่ยนแปลงไปตามที่ได้ปรากฏ
ในรัฐธรรมนูญฉบับต่อ ๆ มา
การปฏิญาณของพระมหากษัตร ิย์ต่อสภาผู้แทนราษฎร
มีประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือ ปรีดีได้แสดงทัศนะ
ไว้ว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญไทยนั้นไม่มีบทบัญญัติที่บังคับให้
พระมหากษัตริย์ต้องปฏิญาณในที่ประชุมแห่งสภาผู้แทนราษฎรว่า “จะ
รักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญ” แต่อย่างใด รัฐธรรมนูญกำาหนด
ให้แต่เพียงผู้ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นที่จะต้องปฏิญาณใน
คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ภาคการศึกษาที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕7,
๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕7.
๒๒ อ้างแล้ว เชิงอรรถที่ ๑๖, น. ๒๓.
ปรีดีบรรณานุสรณ์ ๒๕๖๓ ๑๒๑

